วันก่อนไปคุยกับหลวงพี่มา
แล้วก็ได้คิดหลายเรื่องเลย เรื่องงาน เรื่องนู้น เรื่องนี้
หลักๆก็คือ ให้วางซะมั่ง เพราะหลวงพี่บอกว่าที่เราเหนื่อยน่ะ
มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราถืออะไรไว้ แต่มันอยู่ที่ระยะเวลาต่างหาก
ว่าแล้วก็ให้เราหยิบขวดน้ำมาถือ แล้วถามว่าหนักมั้ย
คำตอบก็คือไม่หนัก แต่หลวงพี่ถามว่าให้ถือชั่วโมงนึง เราก็ถือได้
แต่ถ้าถือเป็นวัน โดยที่ไม่วางมันลงเลย มันก็ไม่สบายนักหรอก
ให้ลองวางดูมั่ง จะได้สบายขึ้น

หลวงพี่บอกว่าให้ตั้งสติ รู้ว่าเราถืออะไรไว้ ให้ดูที่ตัวเรา
ที่เราเครียด เพราะเราอยากเปลี่ยนแปลงมัน เราจะเอาชนะปัญหาให้ได้
แล้วพอทำไม่ได้ เราก็เครียด
ท่านสอนให้มองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มากระทบเรามันสมบูรณ์แบบแล้ว
เราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ แต่เราปรับตัวเราได้

เหมือนเวลารถโดนชน ไม่ได้ให้ไปโวยวาย ฟูมฟาย แต่ให้ตั้งสติ
เรียกตำรวจมา อธิบายว่าเหตุเกิดยังไง แล้วก็จัดการให้คู่กรณีซ่อมไป
อย่าไปทุกข์กับมัน เพราะถ้าทุกข์แล้ว โวยวาย ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
สู้หาทางซ่อมรถ ให้มันวิ่งได้ต่อไปดีกว่า

ท่านให้วางตัวความทุกข์ที่ถูกชน
แต่ไม่ได้ให้วางเฉยเรื่องแจ้งความให้คนที่ชนซ่อมรถให้
เพราะว่าเหตุที่เกิดนั้นมันสมบูรณ์แบบแล้ว เปลี่ยนมันไม่ได้
 ถ้ามัวแต่โวยวาย รถก็ไม่ได้ซ่อม
มันก็จริงนะ แต่มันยากที่จะไม่ปรี๊ดดดด นะคะท่าน

หลวงพี่ก็สอนต่อว่า นั่นไง ต้องมีสติ
เพราะว่าเปรียบเทียบว่าสติก็เหมือนกับตำรวจ
เวลามีโจรกิเลส โลภ โกรธ หลง
ตำรวจก็ต้องมาจับโจร
แรกๆ ตำรวจอาจจะมาช้าไปหน่อยคือเราโกรธแล้ว ด่าไปแล้ว
ตำรวจค่อยมาบอกเราว่าโกรธนะนั่น
อันนี้ก็โดนปล้นไปแระ ตำรวจมาหลังจากที่โจรขนข้าวของไปแล้ว

เค้าว่าถ้าให้พี่ตำรวจทำงานบ่อยๆ ตำรวจจะเก่ง
คือคราวต่อๆมากำลังด่าอยู่ก็จะรู้ตัวว่าด่า ว่าโกรธ
จับได้คาหนังคาเขา โจรก็ต้องล่าถอยไป
ถ้าตำรวจเก่งขึ้นก็สามารถจับโจรขณะกำลังวางแผน ก่อนเกิดเหตุ
แบบ Minority Report (อันนี้คิดเอง)
ถ้าตำรวจมาบ่อยๆ โจรก็จะไม่ค่อยมายุ่ง
เพราะมันโดนจับบ่อย
แต่หลวงพี่ให้ระวัง เพราะมันจะเปลี่ยนหน้ามาเรื่อยๆแหละ

พระสมัยนี้เทศน์เก่ง
เข้าใจง่าย แถมฮาก๊ากตลอดเวลา
เพราะหลวงพี่ก็มีชีวิตแบบเรานี่ ก่อนท่านจะไปบวช
ท่านก็ตีกอล์ฟ เที่ยวเล่น
แต่ท่านศรัทธาคำสอนของพระพุทธศาสนา
วันก่อนพระน้องชายพยายามเทศน์แม่เรื่องเดียวกันนี้
แต่ท่าจับขวดน้ำขึ้นมาควงนี่ โยมแม่ปรี๊ดดดดด
พระพี่เลี้ยงเลยบอกว่าพระน้องชายนี่เป็นดาวยั่ว
คือรู้ว่ายั่วยังไงให้ปรี๊ดดดดด
แล้วค่อยมาสอน ก็ฮากันไป

โชคดีเป็นของเรา ที่พระน้องชายไปบวช
แล้วเจอพระพี่เลี้ยงเก่งๆ คอยช่วยชี้นำให้
ท่านบอกว่าให้เห็นก่อนว่าตัวเองมีข้อเสียอะไร แล้วก็ให้รู้
แค่รู้ก็เพียงพอแล้วที่จะปรับตัว
เพราะถ้าไม่รู้ว่าตัวเอง มีข้อเสียอะไร ก็เป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะปรับตัวแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง


ถ้าได้ไปคุยเพิ่ม จะพยายามเอามาเล่าอีก
เผื่อว่ามีใครมาอ่านอาจจะได้ประโยชน์บ้าง
เพราะท่านก็เทศน์สนุก ฟังฮาๆ ได้สาระ
แต่ที่แน่ๆ ตัวจูนได้เองแหละ
เอาไว้ค่อยๆปรับตัวเองไปเรื่อยๆ

สาตุ๊





พระเทศน์เก่ง แต่แกเป็นกรรมการกำกับเส้นเหรองัย


ใครล้ำหน้า เป่าปรี๊ดดดดดดดๆ !!!

000374
10 พ.ค. 2552 เวลา 15:19 น.
เมื่อไหร่ เราจะไปกินข้าวกันสักทีอะเจ้ ,,

,,

หรือจะฉลองครบ 10 ปี ที่เราไม่เจอกันดี 55555555

,, ระวังลูก ออ จะเข้าโรงเรียนอนุบาลก่อนนะ

,,

จุ๊บๆ
001399
10 พ.ค. 2552 เวลา 15:27 น.
เออ สงกะสัยมานานละ


ถ้าน้องเราบวชเนี่ย
ไงก็ต้องเรียก....หลวงพี่
ชะป้ะ?
000378
18 พ.ค. 2552 เวลา 12:55 น.
:)
000016
3 มิ.ย. 2552 เวลา 15:19 น.
HBD เนอะ จูนเนอะ

อายุ วรรณโน สุโข สโมสร เน๊อ !!!
000374
10 มิ.ย. 2552 เวลา 21:14 น.
: )
003192
21 ส.ค. 2552 เวลา 16:17 น.
What a neat arltice. I had no inkling.
Roberta
9 พ.ย. 2556 เวลา 08:41 น.
There are no words to describe how boacdious this is.
VMe
12 พ.ย. 2556 เวลา 00:21 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic